วันพุธที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

โครงงานพัฒนาสือเพื่อการศึกษา

โครงงานพัฒนาสื่อเพื่อการศึกษา

1.ความหมาย

เป็นโครงงานที่ใช้คอมพิวเตอร์ในการผลิตสื่อเพื่อการศึกษา โดยการสร้างโปรแกรมบทเรียน หรือหน่วยการเรียน ซึ่งอาจจะต้องมีภาคแบบฝึกหัด บททบทวน และคำถามคำตอบไว้พร้อม ผู้เรียนสามารถเรียนแบบรายบุคคลหรือรายกลุ่ม การสอนโดยใช้คอมพิวเตอร์ช่วยนี้ ถือว่าเครื่องคอมพิวเตอร์เป็นอุปกรณ์การสอน ไม่ใช่เป็นครูผู้สอน ซึ่งอาจเป็นการพัฒนาบทเรียนแบบ Online ให้นักเรียนเข้ามาศึกษาด้วยตนเองก็ได้
     โครงงานประเภทนี้สามารถพัฒนาขึ้นเพื่อใช้ประกอบการสอนในวิชาต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นสาขาคอมพิวเตอร์ วิชาคณิตศาสตร์ วิชาวิทยาศาสตร์ วิชาสังคม วิชาชีพอื่น ๆ ฯลฯ โดยนักเรียนอาจคัดเลือกหัวข้อที่นักเรียนทั่วไปที่ทำความเข้าใจยาก มาเป็นหัวข้อในการพัฒนาโปรแกรมบทเรียน ตัวอย่างเช่น โปรแกรมสอนวิธีการใช้งาน ระบบสุริยะจักรวาล โปรแกรมแบบทดสอบวิชาต่าง ๆ


2.ตัวอย่างโครงงานพัฒนาสื่อเพือการศึกษา (Educational Media Development) ่ 

1. โปรแกรมคอมพิวเตอร์ ช่วยสอน วิชาคณิตศาสตร์ เรื่อง ทฤษฎีพีทาโกรัส




2. โปรแกรมดนตรีไทยแสนสนุก





3. โปรแกรมฝึกภาษาอังกฤษ





4. โปรแกรมบทเรียน ส่วนประกอบของร่างกายมนุษย์




6. คอมพิวเตอร์สอนพิมพ์ดีด 
TypeFaster Typing Tutor (โปรแกรมพิมพ์ดีด เพิ่มทักษะการพิมพ์)

วันพุธที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2557

การเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต



1.ความหมายของการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต 

       การเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต คือ การที่ใช้อุปกรณ์อิเล็คทรอนิกต่างๆที่รองรับการใช้งานอินเทอร์เน็ตเชื่อมต่อกับระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่ที่เชื่อมโยงเครือข่ายระบบคอมพิวเตอร์ทั่วโลกเข้าไว้ด้วยกัน หรือที่เราเรียกกันว่าอินเทอร์เน็ต ซึ่งการเชื่อมต่ออินเทอร์จะทำให้เราสามารถ ค้นหา แบ่งปัน หรือสามารถ ติดต่อสื่อสารกันได้ในเวลาไม่นาน แม้จะอยู่ห่างกันมากก็ตาม




2.ประเภทของการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต 

          การเชื่อมต่อระบบอินเตอร์เน็ตนั้น ขึ้นอยู่กับความต้องการในการใช้งานเป็นสำคัญ เช่นใช้อินเตอร์เน็ตเพื่อค้นหาข้อมูลที่บ้าน ใช้ในเชิงธุรกิจ ใช้เพื่อความบันเทิง หรือใช้ภายในองค์กรขนาดใหญ่ ดังนั้นการเชื่อมต่อระบบอินเตอร์เน็ตจึงมีความแตกต่างกันซึ่งขึ้นอยู่กับปัจจัยด้านความต้องการ รวมทั้งเงินทุนที่จะใช้ในการติดตั้งระบบด้วย ปัจจุบันการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตที่นิยมใช้มี 5 ลักษณะ คือ

1. การเชื่อมต่อแบบ Dial Up
          เป็นการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตที่เคยได้รับความนิยมในยุคแรก ๆ โดยใช้เครื่องคอมพิวเตอร์บุคคล กับสายโทรศัพท์บ้านที่เป็นสายตรงต่อเชื่อมเข้ากับโมเด็ม (Modem) ก็สามารถใช้งานอินเตอร์เน็ตได้แล้ว ผู้ใช้บริการอินเตอร์เน็ตต้องทำการติดต่อกับผู้ให้บริการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตผ่านหมายเลขโทรศัพท์บ้าน โดยผู้ให้บริการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตจะกำหนดชื่อผู้ใช้ (Username) และรหัสผ่าน (Password) มาให้เพื่อเข้าใช้บริการอินเตอร์เน็ต 

2.การเชื่อมต่อแบบ ISDN?(Internet Services Digital Network) 
       เป็นการเชื่อมต่อที่คล้ายกับแบบ Dial Up เพราะต้องใช้โทรศัพท์และโมเด็มในการเชื่อมต่อ ต่างกันตรงที่ระบบโทรศัพท์เป็นระบบความเร็วสูงที่ใช้เทคโนโลยีระบบดิจิตอล (Digital) และต้องใช้โมเด็มแบบ ISDN Modem ในการเชื่อมต่อ ดังนั้นการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตแบบ ISDN จะต้องคำนึงถึงสิ่งเหล่านี้ คือ ต้องติดต่อผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ต (ISP) ที่ให้บริการการเชื่อมต่อแบบ ISDN การเชื่อมต่อต้องใช้ ISDN Modem ในการเชื่อมต่อ ต้องตรวจสอบว่าสถานที่ที่จะใช้บริการนี้ อยู่ในอาณาเขตที่ใช้บริการ ISDN ได้หรือไม่ 


3.การเชื่อมต่อแบบ DSL?(Digital Subscriber Line)

         เป็นเทคโนโลยีการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตความเร็วสูงโดยใช้สายโทรศัพท์ธรรมดา ที่สามารถใช้อินเตอร์เน็ตและพูดผ่านสายโทรศัพท์ปกติได้ในเวลาเดียวกันสิ่งที่ต้องคำนึงถึงในการติดตั้งระบอินเตอร์เน็ตแบบ DSL ก็คือ ต้องตรวจสอบว่าสถานที่ที่ติดตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ให้บริการระบบโทรศัพท์แบบ DSL หรือไม่ บัญชีผู้ใช้อินเตอร์เน็ตจากผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ตในแบบ DSLการเชื่อมต่อต้องใช้ DSL Modem ในการเชื่อมต่อ ต้องติดตั้ง Ethernet Adapter Card หรือ Lan Card ไว้ที่เครื่องคอมพิวเตอร์ที่ใช้ในการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตด้วย 

4.การเชื่อมต่อแบบ Cable 
         เป็นการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตโดยผ่านสายสื่อสารเดียวกับ Cable TV จึงทำให้เราสามารถเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตไปพร้อม ๆ กับการดูทีวีได้ โดยต้องจัดหาอุปกรณ์เพิ่มเติม คือ ใช้ Cable Modem เพื่อเชื่อมต่อ ต้องติดตั้ง Ethernet Adapter Card หรือ Lan Card ไว้ที่เครื่องคอมพิวเตอร์ที่ใช้ในการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตด้วย 


5.การเชื่อมต่อแบบดาวเทียม (Satellites) 
         เป็นการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตที่มีค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง ระบบที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบันเรียกว่า Direct Broadcast Satellites หรือ DBS โดยผู้ใช้ต้องจัดหาอุปกรณ์เพิ่มเติม คือ จานดาวเทียมขนาด 18-21
นิ้ว เพื่อทำหน้าที่เป็นตัวรับสัญญาณจากดาวเทียม ใช้ Modem เพื่อเชื่อมต่อระบบอินเตอร์เน็ต




วันพุธที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

New Technology

Juniper Research บริษัทวิจัยธุรกิจโทรคมนาคมเผย 5  แนวโน้มเทคโนโลยีที่จะเข้ามามีบทบาทเกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวันของเราในปี 2014 ซึ่งมีทั้งเทคโนโลยีที่ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้น รวมทั้งเครื่องมือ-อุปกรณ์อำนวยความสะดวกอันทันสมัย มีอะไรน่าสนใจบ้างมาชมกัน

1. Smart City
เมืองในบางประเทศจะได้รับการพัฒนาระบบขนส่ง ระบบสาธารณสุข ระบบไฟฟ้าโดยเริ่มนำเซ็นเซอร์และแอพพลิเคชั่นบนระบบ cloud มาใช้ควบคุมไฟท้องถนนและอาคารสถานที่ต่างๆ เพื่อลดการใช้พลังงานอย่างสิ้นเปลือง สร้างเมืองที่น่าอยู่และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

02_tech

2. Mobile Payment

การใช้สมาร์ทโฟนเพื่อชำระเงินบริการและเซอร์วิสต่างๆ แทนการใช้กระเป๋าสตางค์เริ่มมีแนวโน้มเติบโตขึ้นทั้งจากประเทศชั้นนำและในประเทศที่กำลังพัฒนา ตัวอย่างที่เห็นชัดเจนสำหรับบ้านเราคือเริ่มมีการใช้สมาร์ทโฟน (บางรุ่น) แทนบัตรโดยสารรถไฟฟ้า BTS แล้ว



03_tech

3. Wearable devices will proliferate

อุปกรณ์สวมใส่ไฮเทคมีแนวโน้มจะเพิ่มจำนวนมากขึ้น โดยการจุดประกายความหวังสำหรับอนาคตที่เริ่มจาก Google Glass แว่นตาอัจฉริยะจากค่าย Google ที่ปรากฏออกมาทำให้มีผู้ผลิตอุปกรณ์ไอทีชั้นนำเริ่มคิดค้นหาสิ่งใหม่ๆ มาตอบโจทย์ผู้บริโภคในอนาคตมากขึ้น และในปี 2014 จะเป็นปีแห่งการแตกหน่อสินค้าไอทีประเภทอุปกรณ์สวมใส่อีกมากมายที่เราคาดไม่ถึง ยกตัวอย่างเช่นนาฬิกาไฮเทค Sony Smartwatch และ Samsung Galaxy Gear ที่ถูกนำมาวางขายเคียงคู่กับสมาร์ทโฟนในร้านค้าชั้นนำหลายแห่งแล้ว


04_tech

4.Microsoft Surface แท็บเล็ตสุดเจ๋งจากไมโครซอฟท์

          สำหรับแท็บเล็ตรุ่นใหม่ล่าสุดของไมโครซอฟท์อย่างเจ้า Surface นี้ ถึงแม้ว่าไมโครซอฟท์จะลงทุนลงแรงกับมันไปมากพอสมควร แต่ก็ยังได้รับความนิยมสู้แท็บเล็ตของแอปเปิลอย่าง iPad หรือแท็บเล็ตแอนดรอยด์ไม่ได้อยู่ดี แต่หากคุณเป็นสาวก Windows หรือไม่อยากใช้แท็บเล็ตของแอปเปิลและแอนดรอยด์ เจ้า Surface นี่คงจะเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดสำหรับคุณอย่างแน่นอน


Microsoft Surface แท็บเล็ตสุดเจ๋งจากไมโครซอฟท์

5.Logitech Harmony Touch Remote สุดยอดรีโมทครอบจักรวาล

          Universal Remote จาก Logitech ที่สามารถสั่งการอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าได้หลายชิ้นด้วยรีโมทเพียงอันเดียว โดยมาพร้อมหน้าจอทัชสกรีน รวมทั้งการทำงานที่รวดเร็ว ใช้งานง่าย ดีไซน์สวยทันสมัย จึงทำให้ Harmony Touch Remote กลายเป็นสุดยอดแห่งรีโมทไปโดยปริยาย ขนาดที่เรียกได้ว่าดีกว่ารีโมทที่ให้มาพร้อมเครื่องเสียอีก มีจำหน่ายในราคา $250 (ประมาณ 7,500 บาท)


Logitech Harmony Touch Remote สุดยอดรีโมทครอบจักรวาล






วันพุธที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

Application เพื่อการศึกษา





Longdo Dict




คุณสมบัติ 

Longdo Dict คือ ดิกชั่นนารีออนไลน์ไทย-อังกฤษ และ อังกฤษ-ไทย สำหรับ App Store ของค่ายแอปเปิล โดยรวบรวมข้อมูลมาจากแหล่งข้อมูลหลากหลายทำให้การแปลความหมายค่อนข้างครอบคลุม พร้อมมีตัวอย่างประโยคประกอบด้วย นอกจากนั้นยังจัดเก็บข้อมูลศัพท์ที่เราเปิดใช้มาแล้ว ไว้ทบทวน หรือค้นหาดูได้ง่ายทีหลัง
เมื่อเปิดแอปตัวนี้ขึ้นมาใช้แล้ว จะเห็นส่วนของการค้นหาอยู่ด้านบน ถัดลงมาด้านล่างมีคำศัพท์แบบสุ่ม (Random Word) เป็นตัวเลือกเผื่อใครสนใจอยากทราบความหมายก็คลิกเข้าไปดูได้ ถัดลงไปอีกด้านล่างเป็นส่วนของประวัติการค้นหาศัพท์ (Search History) ทุกคำที่เราเคยค้นหาจะถูกบันทึกไว้ที่นี่ ศัพท์ทุกตัวที่เปิดขึ้นมาจะถูกจัดเก็บไว้ใน History สามารถคลิกเปิดขึ้นมาดู เพื่อทบทวน หรือตรวจสอบความจำอีกครั้งได้อย่างรวดเร็วเพราะถูกบันทึกไว้ในเครื่อง และไม่จำเป็นต้องต่อเน็ตก็ดูได้ เป็นการฝึกศัพท์ภาษาอังกฤษที่ดีอีกแบบ
เริ่มต้นใช้งานในช่องค้นหา ด้วยการพิมพ์ศัพท์ที่ต้องการทราบความหมาย จริงๆไม่ต้องพิมพ์เต็มคำก็ได้ แค่ไม่กี่ตัวอักษรก็จะมีศัพท์ตัวเลือกขึ้นมารอให้คลิกเข้าไปได้เลย เราสามารถเลื่อนดูและเลือกคลิกคำที่ต้องการจริงๆ ก็จะเข้าไปสู่หน้าคำแปลของศัพท์คำนั้น จะเห็นคำแปลที่แตกต่างหลากหลายจากดิกชันนารี่แหล่งต่างๆ ส่วนใหญ่ก็จะมีตัวอย่างประโยคให้ดูด้วยว่าใช้กันอย่างไร
เสร็จแล้วก็คลิกลูกศรด้านบนซ้ายมือเพื่อย้อนกลับไปค้นศัพท์ตัวใหม่ อาจสะดุดนิดหนึ่งตรงที่จะต้องคลิกเครื่องหมายปิดในช่องค้นหาก่อนจะพิมพ์ศัพท์คำใหม่ ไม่เช่นนั้นศัพท์ใหม่ที่พิมพ์จะต่อเนื่องจากศัพท์เดิม ทำให้เสียเวลามาลบทิ้งอีก
และเมื่อเสร็จสิ้นการค้นศัพท์ อยากไปทบทวนศัพท์ต่างๆ ที่เคยค้นหามาก่อนหน้า ก็ให้คลิกปุ่ม Done มุมซ้ายมือด้านบนก็จะกลับไปสู่หน้าแรก จะเห็นศัพท์ต่างๆ ของเราปรากฏอยู่ในช่อง Search History
Longdo Dict ค่อนข้างทรงประสิทธิภาพเมื่อเทียบกับดิกส์อื่นๆ สำหรับผู้ใช้ที่เน้นเนื้อหาวิชาการมากคงเหมาะสมและครอบคลุมอย่างยิ่ง จริงๆ แล้วศัพท์ทั่วไปสามารถจะแปลความหมายจากพจนานุกรมในเครื่องได้เลยโดยไม่ต้องต่อเน็ต แต่ศัพท์ยากหลายคำก็จำเป็นต้องเชื่อมต่อกับอินเตอร์เน็ตเพื่อการค้นหาที่กว้างขึ้น หากไม่อยู่ในพื้นที่ใช้เน็ตก็ลำบากนิดหนึ่ง แต่โดยรวมแล้วนับว่าใช้ได้คุ้มค่าทีเดียวค่ะ
สำหรับตัวเองค่อนข้างถูกใจกับดิกซ์ตัวนี้มาก เพราะให้ศัพท์ที่ครอบคลุมและความหมายที่ตรงกับความต้องการจริงๆ แต่ท่านผู้อ่านจะเห็นด้วยหรือไม่อันนี้ก็ต้องลองใช้ดูด้วยตัวเองนะคะ 





ที่มา poowiang http://coolappforwork.blogspot.com/
น้องหมูเวียนหัว